รีวิว John Wick 1-3

John Wick 1 

Our Halloween treat: John Wick playing in immersive sound - News - Barco

John Wick ภาคแรกที่โผล่ขึ้นมาแบบคาดคิดในโลกภาพยนตร์ กับจักรวาลนักฆ่า ที่ได้คีอานู รีฟ กับทีมสตันแมนจาก The Matrix มาร่วมงานกัน ทำให้กลายเป็นผลงานหนังทุนต่ำ 20 ล้าน ที่แม้รายได้ทั่วโลกจะไม่สูงนัก (88 ล้านเหรียญ) แต่กลับได้รับคำชมท่วมท้นจากนักวิจารณ์และผู้ชม ซึ่งตอนแรกหนังทำท่าว่าจะไม่ได้ไปต่อ เพราะรายได้ไม่สูงมากนัก

แต่จะบอกว่าหนังมีดีแค่แอ็กชั่นก็กระไรอยู่ครับ เพราะเอาจริงๆ ปมน้องหมาตาย พระเอกล้างแค้นแทนหมา ก็มีเหตุมีผลลึกๆ ที่ดี มีความอินดราม่าซึ้งอยู่พอสมควร ลองคิดดูนะครับว่านักฆ่าในตำนานยอมสละทุกอย่างออกจากวงการมาเพื่อใช้ชีวิตสงบๆ กับคนรัก แต่กลายเป็นว่าต้องเสียคนรักไปในเวลาไม่นาน แล้วคนรักที่รู้ว่าตัวเองต้องตายก็ส่งน้องหมามาให้เป็นตัวแทน ให้พระเอกมีจุดยึดเหนี่ยวให้ดำเนินชีวิตต่อไปได้ แต่กลับกลายว่ามาถูกทำลายย่อยยับจากกุ๊ยระยำคนหนึ่งแบบไร้เหตุผล มันก็เป็นปมแค้นส่งผลให้เกิดเรื่องนี้ขึ้นมาได้จริงๆ หมาใครใครก็รักครับ แต่แค่ในโลกจริงเราทำได้แค่แจ้งตำรวจจับ ซึ่งโทษก็เบาเหลือเกิน ถ้ามีทางให้ทำได้แบบจอห์น วิค ผมก็เชื่อว่าหลายคนคงระเบิดแบบพระเอกได้เหมือนกัน

นี่เป็นหนังที่เรียกว่ากำเนิดแนวใหม่ให้กับวงการแอ็กชั่นยิงสนั่นก็ว่าได้ โอเคมันอาจจะมีหนังเรื่องอื่นๆ ยิงแหลกแบบนี้มาก่อน แต่ว่าไม่มีหนังเรื่องไหนที่ใช้พล็อตเรียบง่าย แต่ผลักดันแอ็กชั่นไปไกลจนกลายเป็นจักรวาลลึกซึ้งมีรายละเอียดได้ขนาดนี้แน่นอนครับ นี่เป็นหนังที่เรียกว่าห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงจริงๆ

John Wick Chapter 2

John Wick: Chapter 2 (2017) - IMDb

John Wick Chapter 2 ภาคต่อที่ต่อแบบไม่เว้นวรรคให้หายใจกันเลย โดยจากหมามาเป็นรถของพระเอกที่ถูกขโมยไปในภาคเก่าแล้วยังไม่ได้คืน แล้วแก๊งที่เอารถไปก็คือตระกูลที่เหลือของวีโกนั่นเอง แต่หนังก็ไม่ได้พาคนดูกลับไปไล่ฆ่าล้างบางแก๊งเดิมๆ ซ้ำซาก มีแค่ช่วงแรกเหมือนเโหมโรงเท่านั้น ก่อนจะพาไปพบกับบทใหม่ เรื่องราวใหม่ ที่ใหญ่กว่า

ซึ่งคราวนี้ขึ้นไปถึงเกือบจุดบนสุดขององค์กรนักฆ่า เป็นการเปิดเผยการทำงานของโลกเบื้องหลังให้เห็น พร้อมกฏเกณฑ์ใหม่ที่เพิ่มเข้ามาอย่าง “ตราเลือด” ที่ไว้แทนสัญญาแบบปกติ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องทำตามทุกอย่าง 1 ครั้ง ถึงจะหลุดพ้นสัญญานี้ได้ และห้ามฆ่าผู้ทำสัญญาด้วย ซึ่งก็ทำให้จอห์นวิคต้องกลับมาพัวพันกับวงการนี้อีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เขาจะถูกดูดลงไปในวังวนนักฆ่าอย่างรุนแรง ขนาดที่เรียกว่าไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตเรียบง่ายแบบที่ต้องการได้อีกแล้ว

บทในภาคนี้ดูมีเนื้อหา มีเรื่องราวมากกว่าภาคก่อน แต่ก็ยังคงมีเส้นเรื่องการล้างแค้นจากจุดเล็กๆ อย่าง น้องหมา รถ เป็นประเด็นต่อเนื่องมาจากภาคก่อนไว้อยู่บ้าง แต่ขยายสเกลให้ใหญ่โตขึ้นแบบบิ๊กไซส์เน้นเนื้อหาไปที่องค์กรนักฆ่า และเราจะได้เห็นเครือข่ายร้านค้าที่ช่วยเหลือออฟชั่นเสริมนักฆ่ามากมาย ดูแล้วประหนึ่งเหมือนพวกหนังสายลับ ที่ต้องมีผู้ช่วยคอยประดิษฐ์สิ่งของไฮเทคให้ แต่อันนี้เป็นร้านค้าที่ทำมาหากินกับนักฆ่า พระเอกเราจะได้ช็อปปิ้งแบบเต็มยศทั้งตัวใช้เหรียญทองจ่ายอย่างสนุกสนาน

เพราะคู่ปรับไม่ใช่แก๊งทั่วไปอีกแล้ว แต่เป็นนักฆ่าทั้งเมืองนิวยอร์ค รวมถึงนักฆ่าระดับพระกาฬที่คุ้มกันคนของสภาสูงด้วย ซึ่งหนังทำให้ตัวร้ายทุกตัวมีความคูลเท่มากขึ้นไปอีก ดูแล้วกลายเป็นสนุกว่าใครจะทำให้พระเอกของเราเจ็บหนักที่สุดได้ยังไง (แม้จะรู้ว่าไม่แพ้แน่ๆ) ซึ่งหนังก็ออกแบบคิวบู๊ให้ตั้งแต่นักฆ่าทั่วไปในเมือง จนถึงพวกระดับพระกาฬออกมาได้
เจ๋งไม่แพ้กัน แถมคราวนี้พระเอกฆ่าเรียบไม่เว้นแม้แต่ผู้หญิง แบบไม่การลังเลเลยครับ ทำให้เห็นว่าโลกแห่งนี้ไม่มีการปราณีทั้งสิ้น ไม่งั้นไม่รอด

แต่ก็มีสิ่งที่รู้สึกว่าดรอปลงไป หนังเน้นพวกตัวประกอบแห่กันมาให้พระเอกยิงง่ายไปหน่อย ผิดกับภาคแรกที่คิวบู๊ยังดูสมจริง ภาคนี้ดูเหมือนเซ็ตให้มาโดนยิงหลอกๆ กลายเป็นคิวบู๊ไม่ค่อยเนียนไป แต่ถึงอาจจะดูขัดใจบ้าง ก็ต้องยอมรับล่ะครับว่า มันมีความเท่สุดๆ จนให้อภัยในเรื่องนี้ได้เช่นกัน หนังดูสนุกลื่นไหลไปจนจบ แล้วก็หักมุมคนดูด้วยการแหกกฏของพระเอก เปิดปมใหม่ใหญ่อลังการล้านแปด จนแทบเดาไม่ถูกแล้วว่าพระเอกของเราจะรอดได้ยังไง ซึ่งก็นับว่าเป็นความเก่งของทีมเขียนบทจริงๆ ไม่ต้องมารอดูเอนด์เครดิต ก็แทบอดใจไม่ไหวกับภาคต่อไป Chapter 3 Parabellum

John Wick 3

John Wick: Chapter 3 — Parabellum (2019) – Review | John wick movie, Keanu  reeves, New movie posters

รีวิว John Wick 3 Parabellum ในภาคใหม่นี้ John Wick ต้องถูกคนทั้งโลกตามล่าด้วยค่าหัว 14 ล้านจากสภาสูง เนื่องจากเขาได้แหกกฎกลาง โดยการฆ่าคนในพื้นที่โรงแรมของ Continental และยิ่งคนที่เขาฆ่าคือสมาชิกระดับสูง เขาจึงต้องสู้และฆ่ากับศัตรูรอบด้านเพื่อหาทางหลบหนีออกจากเมืองนิวยอร์ก และหลบหนีจากนักฆ่าทั้งโลกให้ได้

หนังเปิดเรื่องมาต่อจากภาคก่อนทันที และนี่คงกลายเป็นสูตรสำเร็จนอนสต็อปจากจักรวาลนี้ไปแล้ว ทำให้คนดูรู้สึกว่าน่าติดตามต่อเนื่องแบบไม่ต้องมีเอนเครดิตทิ้งท้ายใดๆ ทั้งสิ้น เรื่องเริ่มขึ้นจากตอนจบภาคก่อน เป็นช่วงเวลาที่เหลืออยู่ก่อนที่คำสั่งเปิดบัญชีล่า John Wick จะเริ่มขึ้น ซึ่งหนังใช้คำว่า “อัปเปหิ” เพิ่มเข้ามา ก็คือการที่จอห์นถูกตัดขาดจากองค์กรโดยสภาสูง ห้ามใครให้ความช่วยเหลือใดๆ ทั้งสิ้น หนังยังโฟกัสไปที่น้องหมาที่จอห์นพามาด้วย

ทำให้เห็นว่าหมาที่จอห์นเลี้ยงไว้เป็นตัวแทนภรรยาที่ตายไปยังมีความสำคัญกับแก่นเรื่องอยู่ (แม้จะคนละตัวกับตัวแรก) จอห์นกับหมาพยายามหาทางหลบหนีไปจากนิวยอร์ค สุดท้ายจอห์นก็เลือกฝากหมาไว้กับคอนติเนลทอลอีกครั้ง โดยมีพ่อบ้านของโรงแรมรับไว้ และจุดเล็กๆ นี่เองก็ทำให้เราเห็นว่า จอห์นไว้ใจคอนติเนลทอลขนาดไหน ซึ่งภาคนี้ก็จะขยายเบื้องลึกของคอนติเนลทอลลึกขึ้นไปอีก ทำให้เราเห็นว่าไม่ใช่มีแค่ที่นี่ แต่คอนติเนลทอลนั้นมีอยู่ทั่วโลก และก็เป็นธุรกิจแฟรนไชส์แบบหนึ่งขององค์กรนักฆ่า ที่มีสภาสูงควบคุมลงมาอีกที

นอกจากเบื้องลึกของคอนติเนลตอลที่หนังพาเราไปรู้จักเพิ่มแล้ว ก็ยังพาไปพบกับเบื้องลึกของทุกตัวละครที่เคยช่วยจอห์นไว้ในภาคก่อน ตั้งแต่หมอแก่ชาวจีน  Bowery King (ราชาของคนเร่ร่อนในภาคก่อน) วินสตันผู้จัดการโรงแรม และรวมไปถึงการเปิดเผยที่มาวัยเด็กของ John Wick และผู้ปกครองที่ฝึกสอนทักษะนักฆ่าให้เขา ซึ่งทุกตัวละครที่เกี่ยวข้องกับจอห์นมีความสำคัญอย่างมาก และเป็นปมที่จะผูกพันให้จักรวาลนักฆ่านี้ซับซ้อนยิ่งใหญ่ทวีคูณมากขึ้นไปอีก 

ภาคนี้นอกจากพระเอกจอห์นวิคแล้ว ก็ยังมีตัวละครใหม่ “โซเฟีย ที่เล่นโดย Halle Berryดาราสาวนักบู๊เจ้าบทบาท ที่มีผลงานมาก่อนแล้วหลายเรื่อง ซึ่งมาในลุคแบบเดียวกับจอห์นวิคคือ สุดยอดนักฆ่าผู้ถอนตัวจากวงการ และก็รักหมาสุดๆ เช่นกัน ซึ่งน้องหมาของโซเฟียก็เป็นพันธ์อัลเซเชียน 2 ตัว ถูกฝึกคิวบู๊มาอย่างดี

ทำให้ฉากการต่อสู้ 2 คนกับ 2 ตัว ลุยฆ่ายกแก๊งกลางเรื่องเพราะปมหมาๆ แบบเดียวกับจอห์วิค พร้อมประโยคติดปากจากภาคแรก “มันไม่ใช่แค่หมา” เป็นอะไรที่เรียกว่ามันส์สุดๆ ขโมยซีนและน่าจดจำมากฉากหนึ่งในจักรวาลเรื่องนี้เลยทีเดียว ถึงแม้จะโดดเด่นมาก แต่โซเฟียก็เป็นแค่ตัวละครหนึ่งในการขยายปมของเรื่องราว หนังพาคนดูมาค้างเติ่งและตัดไม่ให้ดูเรื่องราวของเธอต่ออย่างน่าเสียดาย ซึ่งทำเป็นภาคแยกอีกเรื่องก็ยังได้เลย

นอกจากโซเฟียแล้วก็มีตัวละครใหม่ที่เรียกตัวเองว่า “ตุลาการ” (The Adjudicator) ปรากฎมาในเรื่องเป็นตัวแทนสภาสูง ที่แสดงให้เห็นความน่าเกรงขามของสภาสูง ที่ในเรื่องให้คำจำจัดความว่า “สภาสูงอยู่เหนือทุกสิ่ง” เธอเป็นตัวละครไม่กี่ตัวในเรื่องที่ไม่มีบทบู๊ แต่การปรากฎตัวมาแต่ละครั้งดูน่ายำเกรง ซึ่งคำตัดสินของเธอชี้เป็นชี้ตายได้ทันที หนังใช้บทบาทของตุลาการทำให้เห็นวิธีการปกครองของสภาสูง ที่ใช้กฎ+ความโหด ทำให้คนเคารพยำเกรง เพื่อปกครองอณาจักรนักฆ่าในโลกแห่งนี้มายาวนาน (นานแค่ไหนไปดูในหนังนะครับ บอกเลยว่าปูไปในอดีตไกลมาก)

Matrix

ภาคนี้เป็นภาคที่เน้นขยายสเกลของโลกและตัวละครให้กว้างขึ้น ทำให้เพิ่มฉากแอ็กชั่นมากมายหลายแบบขึ้นจากภาคก่อนๆ ที่มีแต่พวกมาเฟียฝรั่งเปิดฉากยิงกันอย่างเดียว มาคราวนี้พอมีชาติอื่นๆ มาเพิ่ม อย่าง อาหรับ จีน ซึ่งก็แทบจะเรียกว่าถอดหนังมาเฟียฮ่องกงมาไว้ในเรื่องเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นการใช้ดาบซัดกันดุ้นๆ หลายฉากมากไปจนถึงตอนจบ แม้ว่าจะยังดูสนุกและแปลกใหม่ในโลกจอห์นวิค (แต่เก่าสำหรับคนดูหนังฮ่องกง)

แต่ก็กลายเป็นการลดทอนความจริงจังแบบภาคก่อนๆ ไป กลายเป็นทั้งพระเอกทั้งผู้ร้ายมีโอกาสฆ่าได้ก็ไม่ฆ่า ซ้ำได้ไม่ซ้ำ แถมยังมีการยื่นโอกาสให้คู่ต่อสู้อีก (แม้จะเป็นการตามล่าฆ่ากันให้ตาย) ทำให้ดูแล้วรู้สึกเหมือนกับว่าทางผู้สร้างคงจะเริ่มตันๆ จากแอ็กชั่นการยิงปืน เลยเริ่มหันมาเน้นศิลปะการต่อสู้แบบต่างๆ แทน ในหนังมีแอบตลกนิดๆ ที่ตัวละครที่เรียกว่าเป็นบอสใช้ดาบของภาคนี้รักแมวเลี้ยงแมว ซึ่งตรงข้ามกับจอห์นที่รักหมา แอบทำให้คนดูคิดว่าไม่น่าฆ่ากันให้ตายเลย เพราะก็รักสัตว์กันทั้งคู่แท้ๆ

John Wickก็ยังเป็นภาคคั่นเวลาไม่ใช่ภาคจบสรุปไตรภาคแต่อย่างใด หนังเน้นตัวละครสมทบให้มีบทเด่นๆ เพิ่มอีกหลายตัว ที่ดูแล้วบางคนอาจจะกลายมาเป็นบอสในภาคต่อไปได้เลยด้วยซ้ำ แน่นอนว่าหนังขายได้ คนดูชอบ ก็ไม่ผิดอะไรที่ผู้สร้างจะทำต่อ และดูเหมือนว่าเราจะได้ดูกันอีกยาวๆ

Related Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *