“ไวน์” นวพรรษ วงค์เจริญ 4 ปี แห่งความอดทนจนได้ไปโอลิมปิก

นวพรรษ วงค์เจริญ

“ไวน์” นวพรรษ วงค์เจริญ ฉลามหนุ่มที่ไม่เคยมีแสงสปอร์ตไลท์ส่องมาถึงเขาเลย แต่ตอนนี้แทบจะเป็นทุกอย่างให้กับนักว่ายน้ำฝ่ายชายของไทย สมัยก่อน “ไวน์” เป็นนักว่ายน้ำเด็กน้อยธรรมดาที่ไม่ค่อยมีใครจับตามากนักและยิ่งว่ายท่าผีเสื้อด้วยแล้วแทบจะไม่มีใครสนใจ แต่ก็พอจะฝากผีฝากไข้ได้ในระดับเยาวชนที่เจ้าตัวลงแข่งขันในฐานะพี่ใหญ่ของทีม

“เร้นกายอย่างรู้กาล” คือคำนิยามของ “สุมาอี้” และหากใครเคยอ่านนวนิยายสามก๊ก ย่อมจะรู้ได้ว่าตระกูล “ซือหม่า” หรือคนคนไทยจะเรียกว่า “สุมา” เป็นผู้ประสบความสำเร็จในการรวบรวมแผนดินจีนที่ใช้กลยุทธ์ความอดทนต่อสถานการณ์ทั้งบุ๋นและบู๊ศึกนอกศึกในต่างก็ศิโรราบให้ความความอดทนนี้  

ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่หลายคนจะยึดถือแนวทางความอดทนนำมาสู่ความสำเร็จ “ผู้อดทนรอลับกระบี่หมื่นวัน เพื่อเชือดฟันเพียงครั้งเดียว” ในวันนี้มีนักว่ายน้ำชายคนหนึ่งที่ช่วงชีวิตก่อนที่จะเป็นฉลามหนุ่มไทยความหวังคนเดียวของยุคนี้ ฝ่าฟันมาทุกอุปสรรคอดทนต่อความกดดันทุกสถานการณ์จนก้าวไปสู่การทำเวลาผ่านเกณฑ์บีมุ่งสู่ โอลิมปิก 2020 ที่ญี่ปุ่น

จากเด็กที่อยู่กลางๆของวงการว่ายน้ำมาสู่แถวหน้าของเมืองไทยได้อย่างไร เรื่องนี้เกิดขึ้นในซีเกมส์ปี 2017 ที่ นวพรรษ วงค์เจริญ ได้เหรียญทองแดงรายการผีเสื้อ 200 ม. ชนิดที่ว่าแพ้นักว่ายน้ำมาเลเซียที่ได้เหรียญเงินเพียง 0.00.02 วินาที และหลังจบซีเกมส์ครั้งนั้นพร้อมกับ ไซม่อน โจนส์ ผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยชาวอังกฤษหมดสัญญากับทีมชาติ นวพรรษ วงค์เจริญ จึงตัดสินใจขอตามโค้ชชาวอังกฤษรายนี้มาอยู่ที่ BEST Bangkok Swim Academy    

แต่จริงๆแล้ว ไซม่อน โจนส์ คือคนที่มองเห็นศักยภาพอะไรบางอย่างในตัวฉลามหนุ่มรายนี้ในแคมป์ทีมชาติ แต่ในการฝึกซ้อมทีมชาตินั้นมีเป็นช่วงๆเลยอาจจะติวให้ไม่เต็มที่ แต่เมื่อ “ไวน์” มั่นใจแล้วว่า ไซม่อน คือคนที่ถูกโฉลกจึงขอติดตามมาอยู่ด้วยหลังจบซีเกมส์และจากนั้นเป็นต้นมา นวพรรษ ก็ระเบิดฟอร์มอย่างผิดหูผิดตา ดูได้จากรายการต่างๆในประเทศทั้งผีเสื้อ 100 ม., 200 ม. ไม่มีใครสู้ได้ ส่วนในระดับทีมชาติถือว่าโหดไม่เบามีลุ้นทุกเหรียญ

เมื่อมาเรียนรู้วิชากับ ไซม่อน โจนส์ พัฒนาการของ นวพรรษ ก็ดีขึ้นจนเจ้าตัวมีความหวังว่าจะไปโอลิมปิกให้ได้ในระยะเวลา 4 ปีหลังจากจบซีเกมส์ 2017 ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า “ตลอด 4 ปีนั้นซ้อมทุกวัน เช้า-เย็น หยุดวันอาทิตย์วันเดียว ถ้าไม่เจ็บไข้ได้ป่วย หรือ มีเหตุจำเป็นมากๆก็จะไม่หยุดซ้อมอีกทั้งการซ้อมคอร์ต เบาๆ น้อยมาก”

“มีการเวทเทรนนิ่ง เพื่อสร้างกล้ามเนื้อเพิ่มความแข็งแกร่งในท่าว่ายผีเสื้อโดยเฉพาะ ซึ่งโค้ชจะวางโปรแกรม การฝึกซ้อม และการเวทเทรนนิ่ง ไว้ให้ในแต่ละวัน และที่สำคัญมากๆ ในการฝึกซ้อมและการเวทเทรนนิ่ง

เราจะต้องดูแลตัวเองให้ดี ไม่ให้มีอาการบาดเจ็บเพราะจะมีผลกับการฝึกซ้อม เรื่องที่สำคัญอีกหนึ่งเรื่อง คือ อาหาร ในแต่ละมื้อ ต้องดูแลให้ดี ให้พอเหมาะกับการซ้อมในแต่ละมื้อ และเรื่องที่ขาดไม่ได้คือการพักผ่อน ให้เพียงพอ” นี่คือเคล็ดลับที่ นวพรรษ ทำตลอด 4 ปีที่ผ่านมา

ยังมีอีก 1 ประสบการณ์และถือว่าหนักที่สุดในชีวิตของนักว่ายน้ำคือการไปฝึกซ้อมที่ประเทศออสเตเลีย เป็นเวลา 3 สัปดาห์ ที่สโมสร TSS Aquatic และได้ร่วมฝึกซ้อมกับนักกีฬาโอลิมปิก คือ David Morgan ซึ่งถนัดในท่าเดียวกัน

คือ ผีเสื้อ 200 ม. ในการเก็บตัวครั้งนี้ “ฉลามไวน์” ได้เพิ่มประสบการณ์ในการฝึกซ้อม การเวทเทรนนิ่ง ความประพฤติ ระเบียบ วินัย ของนักกีฬาต่างประเทศเป็นอย่างมาก สิ่งสำคัญที่ได้เข้าร่วมฝึกซ้อมครั้งนี้ เป้าหมายของนักกีฬาที่สโมสร TSS คือ “โอลิมปิก” มันเป็นเป้าเหมายเดียวกัน

จนในที่สุดทุกสิ่งทุกอย่างในตัวของ นวพรรษ มันได้ระเบิดออกมาตั้งซีเกมส์ 2019 ที่คว้าเหรียญเงิน และการแข่งขันรายการ SNSC 15th Neo Garden ประเทศสิงคโปร์ ปี 2562 ที่ทางสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติรับรองสถิติในการควอลิฟายโอลิมปิก ซึ่งเจ้าตัวใส่เต็มกำลังในรายการผีเสื้อ 200 ม.ทำเวลาได้ 1.59.80 น. ผ่านเกณฑ์บีที่ทางฟีน่ากำหนด จนได้โควต้าไปเฉิดฉายในโอลิมปิก 2020 ตามความฝันที่ตัวเองได้ตั้งเป้าไว้

นี่แหละเราจึงเปรียบเปรยว่า นวพรรษ คือคนที่มีความอดทนมากๆแม้สมัยก่อนจะไม่เด่นไม่ดังไม่มีสปอร์ตไลท์ส่องถึงตัว “แต่การตวัดกระบี่เพียงครั้งเดียว รู้ไหมว่าลับมานานเป็น 10 ปี” ตอนนี้สิ่งที่เขาอดทนอย่างหนักมันได้สัมฤทธิ์ผลแล้ว กระบี่ที่คมกริบผ่านการลับมาอย่างยาวนานถึงเวลาที่จะเอาออกมาฟาดฟันศัตรู

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *